
ล่าสุดผู้สื่อข่าว ได้เดินทางไปยังบ้านที่เกิดเหตุพบกับ จ.ส.อ.สัญญา พานสร้อย ลูกชายผู้เสียชีวิต บอกว่า ก่อนเกิดเหตุพึ่งพาแม่ไปทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาล และพากลับมาส่งที่บ้านช่วง 10 โมงเช้า กระทั่งช่วง 4 โมงเย็น ทราบว่าแม่เสียชีวิต ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องร้ายขึ้นแบบนี้ ส่วนอาการของพ่อหลังถูกตีกะโหลกร้าว ยังพักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ยังไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้แพทย์เฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด ส่วนปมสังหารเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนในละแวกนี้ที่เข้ามาซื้อของ แล้วเห็นเงินในกระเป๋าคาดเอวของแม่ ประกอบกับแม่ชอบใส่สร้อยคอทองคำ จนช่วงที่หยิบเงินทอนเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีคนพลุกพล่าน จึงตั้งใจชิงทรัพย์ แต่เกิดการยื้อแย่งต่อสู้ จึงใช้ไม้ทุบตีจนเสียชีวิต
เบื้องต้น ตำรวจสันนิษฐานว่า คนร้ายน่าหยิบไม้จากหน้าบ้าน จากนั้นทำทีเข้ามาเพื่อขอซื้อของและเมื่อเห็นยายอยู่คนเดียว จึงได้ลงมือทำร้ายเพื่อจะชิงทรัพย์ แต่ยายได้หนีเข้าไปในห้องที่ตานอนอยู่ และเกิดการต่อสู้กันขึ้น จนคนร้ายได้ใช้อาวุธทุบตียายจนตาย ส่วนตาที่นอนเป็นผู้ป่วยติดเตียงเห็นเหตุการณ์ จึงถูกคนร้ายใช้อาวุธตีได้รับบาดเจ็บสาหัสไปด้วย ก่อนจะชิงเงินหลบหนีไป ประกอบกับวันเกิดเหตุมีฝนตกหนักจึงทำให้ไม่มีใครได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ
ด้านนางชญานิศ พูลมาเอง อายุ 41 ปี เพื่อนบ้าน เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้ใช้หลานไปซื่อของที่ร้านของผู้เสียชีวิต จากนั้นหลานได้วิ่งกลับมาบอกว่า เห็นผู้เสียชีวิตเป็นลมล้มหัวฟาดพื้นอยู่กลางบ้าน จึงรีบวิ่งไปดูเห็นนางลำยองนอนอยู่ที่

จากนั้นทีมข่าวเดินทางไปที่ วัดราชสิงขร ต.เกาะพลับพลา อ.เมือง จ.ราชบุรี ที่จัดเตรียมพิธีกรรมทางศาสนาของผู้เสียชีวิต บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
นางกมลวรรณ เทียนศิริ อายุ 26 ปี หลานสาวผู้เสียชีวิต เปิดใจกับทีมข่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนคิดว่าจะพาลูกมาพักอยู่ที่บ้านกับยาย ถ้าเกิดตนตัดสินใจพาลูกมาเร็วกว่านี้ ก็คงจะเสียชีวิตกันหมดทั้งบ้าน สาเหตุที่เกิดขึ้น คาดว่าน่าจะเกิดจากชิงทรัพย์ เพราะยายชอบใส่สร้อยคอทองคำ และจะพกกระเป๋าเงินคาดเอวติดตัวเป็นประจำ

ส่วนตัวไม่ต้องการให้ผู้ก่อเหตุมาขอขมาศพ หรือมาขอโอสิกรรมใดๆ กับทางครอบครัวทั้งสิ้น อยากให้ตำรวจจับตาย สุดท้ายนี้ถ้าสามารถพูดกับยายเป็นครั้งสุดท้ายได้อยากจะพูดกับยายว่า อยากขอโทษ ที่วันเกิดเหตุไม่ได้เข้าไปหา เพราะฝนตก กลัวลูกจะถูกละอองไม่สบาย จนทำให้ยายต้องเสียชีวิต
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น