
วันนี้ 14 สิงหาคม 2562 เวลา 11.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์แก้ว จ.นครปฐม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สวัสดิการสังคมเทศบาลเมืองไร่ขิง เจ้าหน้าที่พยาบาลทีมกู้ชีพโรงพยาบาลสามพราน รุดเข้าไปยัง บ้านเอื้อาทร พุทธมณฑลสาย 5 ชั้น 5 ม.13 ต.ไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม เพื่อเข้าให้การช่วยเหลือ นางทองลักษณ์ พาหา อายุ 85 ปี ที่อยู่ตามภูมิลำเนา เลขที่ 64/1 ม.7 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร หลังได้รับการร้องเรียนและขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมอาคาร เนื่องจากถูกลูกสะใภ้และลูกชายตบตีทำร้ายร่างกายโดยมีสภาพมีบาดแผลที่ศรีษะใบหน้าและร่างกายมีรอยพช้ำหลายแห่ง และมีชีพจรเต้นอ่อน โดยเมื่อทีมกู้ชีพได้เข้าให้การช่วยเหลือพบว่ามีอาการไม่สู้ดีจึงได้เร่งนำตัวส่งไปทำการปฐมพยาบาลโดยด่วน


จากการตรวจสอบพบว่ามีคราบเลือดบนที่นอนหลายแห่ง โดยที่ผ่านมาเคยทราบว่าลูกสะใภ้จิกหัวแล้วทุบตี บางครั้งตีด้วยไม้ยาว หลายครั้งดีด้วยไม้สั้น แบบรุนแรง โดยหลังสุดมีผลที่ศรีษะถูกเย็บและมีคราบเลือดออกที่ใบหน้าอีก ซึ่งตนเองก็ได้ไปตัดผมให้สั้นเพื่อจะให้ยายไม่ต้องโดยเอามือจิกหัวกระชากผมเพื่อทำร้ายร่างกาย

ต่อมาเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของจังหวัดนครปฐม ได้รุดเข้าไปดูอาการของยายลักษณ์ ที่ห้องฉุกเฉินเพื่อตรวจสอบเบื้องต้น ซึ่งทางแพทย์โรงพยาบาลสามพราน ได้ทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียดและทำการสแกนสมองเนื่องจากแผลภายนอกนั้นมีมีควาฉกรรจ์หลายแห่งและมีทั้งแผลเก่าและแผลใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น อย่างละเอียดโดย ทางเจ้าหน้าที่จะได้เตรียมจัดสถานที่ในการพักรักษาตัวและทำการปฐมพยาบาลทางด้านร่างกายและจิตใจให้ โดยไม่มีการส่งกลับไปให้ญาติดูแลเนื่องจากเกรงความไม่ปลอดภัยของยายลักษณ์
ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถาม ข้อมูลเบื้องต้น ทราบเพียงว่า ลูกชายของยายลักษณ์ นั้นชื่อนายสุทน พาหา เป็นเจ้าหน้าที่ขับรถของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้ ส่วนลูกสะใภ้แฟนสาว ไม่ทราบชื่อและเป็นคนที่ถูกระบุว่าเป็นคนทำร้ายร่างกาย ยายลักษณ์ บ่อยๆทำงานเป้นพนักงานโรงงาน โดยล่าสุดเมื่อไม่กี่วันมีเพื่อนบ้าน ได้ทำการสอบถามไปว่า แผลที่ยายลักษณ์นั้นถูกเย็บมานั้นเกิดจากอะไร ก็ได้รับคำตอบว่า “กูเป็นคนทำเอง” ซึ่งไม่มีใครกล้าไปถามต่อว่าเกิดจากอะไรกระทั่งมีคนมาช่วยในวันนี้

ข่าวโดย ปนิทัศน์ มามีสุข ทีมข่าวสยามนิวส์ จังหวัดนครปฐม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น